10 สถานที่ท่องเที่ยว สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนในฝัน ที่ใครก็อยากไปสักครั้ง

0
60
สวิตเซอร์แลนด์

วันนี้เราก็จะพาทุกท่านมาเที่ยวกันในประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ กันครับ ประเทศนี้คงเป็นประเทศที่หลายๆคน ใฝ่ฝันอยากจะมาเยือนสักครั้ง วันนี้เราเลยจะมาแนะนำที่เที่ยวเด็ดๆ ของประเทศนี้ ถือว่าเป็นประเทศที่สงบสุขที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เรารวบรวมมาให้เรียบร้อยแล้วครับ ตามมาดูกันเลย

10 ที่เที่ยว สวิตเซอร์แลนด์ ช่วงไหนดี เหมาะกับการ พิชิตเทือกเขาแอลป์ ชมทะเลสาบ

1.ปราสาทชิลยอง (Chillon Castle)

เป็นปราสาทเก่าแก่ มากกว่า 1,000 ปี ที่สร้างขึ้นมาเพื่อคอยเก็บค่าผ่านทางของเรือที่ล่องผ่านทะเลสาปเจนีวา ปราสาทนี้มีกวีหลายท่านได้เยี่ยมเยียนปราสาทชิลยองแห่งนี้ แล้วนำไปแต่งเป็นเรื่องราวและบทกวีต่างๆ มากมาย เช่น เรื่องของคุกที่เคยขังนักบวชและนักการเมือง น่าสนใจมากเลยว่าไหมครับ

2. เมืองเวอเวย์ (Vevey)

เป็นอีกเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ติดทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ตั้งอยู่ระหว่างเมืองโลซาน (Lausanne)และเมืองมองเทรอซ์ (Montruex) กับเมืองต้นกำเนิดของบริษัทเนสท์เล่ (Nestlé) ที่หลายท่านน่าจะคุ้นเคยกันอย่างดี เป็นเมืองที่ให้กลิ่นอายความเก่าความสมัยก่อนได้ดูดีมากๆ แต่ก็ยังมีความสมัยใหม่ผสมเข้าด้วยกัน ใครเป็นสายช็อคโกแลตก็จะทราบว่าเมืองนี้นี่เอง ที่เป็นเมืองที่คิดค้นช็อคโกแลตเป็นเมืองแรกของโลกอีกด้วย

3. อินเทอร์ลาเคิน (Interlaken)

เมืองนี้ก็เป็นเมืองเล็กๆที่น่ารักอีกเช่นเคยนะครับ เมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ระหว่างทะเลสาบเบรียนซ์และเทลสาบทูน เป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยขุนเขาของเทือกเขาสวิตแอลป์ทำให้วิวทิวทัศน์สวยแบบเหมือนต้องมนต์สะกดเลย และเมืองนี้ยังได้ฉายาอีกว่า Top of Europe เพราะยอดเขาจุงเฟราที่ได้ยินกันคุ้นหูไม่ได้หมายถึงยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป หากแต่หมายถึงจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป มองเห็นได้กว้างไกล ณ จุด 3,571 เมตร แค่ได้อ่านก็รู้สึกน่าตื่นเต้นแล้วใช่ไหมครับ มาครับมาลองชมภาพวิวทิวทัศน์ของเมืองนี้กันครับ

4. ทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz)

จากเมืองที่แล้วที่เรามาดูกันนะครับว่าทะเลสาบนี้มีความสวยงามอย่างไร ตรงนี้มีการล่องเรือในทะเลสาบเบรียนซ์ ซึ่งสองข้างทางที่เราล่องเรือกันไปนั้นจะเห็นน้ำทะเลสาบสีฟ้าสดใสและมีทั้งหมู่บ้านเล็กๆ ปราสาทเป็นวิวที่ดีที่สุดเลยครับใครมาก็ไม่ควรพลาดการล่องเรือในทะเลสาบเบรียนซ์กันครับ

5. Brienz rothorn railway

Brienz rothorn railway หรืออีกชื่อคือ ขบวนรถไฟไต่ขึ้นสวรรค์ เป็นความงามที่หลังจากที่เราล่องเรือในทะเลสาบมาแล้วเราก็มาในที่เป็นรถไฟบ้างนะครับ รถไฟนี้เป็นรถไฟหัวจักรไอน้ำที่จะพาเราขึ้นเขาสูงเพื่อชมทรรศนีย์ภาพของทะเลสาบเบรียนซ์ อันแสนงดงามและหมู่บ้านที่ผ่านมาทั้งหมด ซึ่งโดยทั่วไปนักท่องเที่ยวจะนิยมเดินทางท่องเที่ยวทะเลสาบเบรียนซ์ ซึ่งรถไฟสายนี้เป็นรถไฟสายที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และรถไฟสายนี้รถไฟสายนี้เปิดให้ขึ้นชมเฉพาะช่วงหน้าร้อนของทุกปีเท่านั้น โดยจะเปิดประมาณช่วงต้นเดือนมิถุนายน – ปลายเดือนตุลาคมของทุกปี สำหรับเวลาที่ใช้นั่งเป็นเวลา 45 นาที ระหว่างทางสวยมากๆ

6. ทะเลสาบทูน (Thun Lake)

ทะเลสาบทูนสถานที่เที่ยวนี้นักท่องเที่ยวขึ้นฟรี ! โดยการขึ้นเรือล่องทะเลสาบทูนนี้ทิวทัศน์ข้างๆของทะเลสาบก็จะเจอวิวปราสาทแรก คือ ปราสาท Schdau (ชเดาว์) และผ่านมาอีก 10 นาทีจะเจอปราสาท Hunegg บรรยากาศรอบทะเลสาบนั้นมีอาคารสวยๆ เยอะมาก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นบ้านเรือนผู้คนที่สร้างติดกับทะเลสาบ คนสวิสที่อาศัยอยู่บริเวณนี้นับว่ามีไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ได้อยู่กับธรรมชาติ มีทั้งภูเขา มีทั้งทะเลสาบ บางคนก็มีเรือส่วนตัวกัน วันไหนว่างๆ อากาศดีๆ ก็ออกไปล่องเรือเปลี่ยนบรรยากาศกัน แดดออกก็มาพายเรือเล่นกัน เห็นแล้วฟินแทนจริงๆครับ บอกเลยว่าน่าอิจฉามากๆครับ

7. เมืองทูน (Thun)

จากทะเลสาบทูนนั้นเราก็มาถึงเมืองทูนกันนะครับเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่มีชื่อเดียวกัน ตัวเมืองมีแม่น้ำที่ชื่อว่า Aare ไหลผ่าน ตัวเมืองทูนนั้นสงบเรียบง่ายมากๆ มีจุดเด่นอยู่ที่ปราสาทใจกลางเมืองที่มองเห็นได้แต่ไกลเลย เมืองนี้มีจะเห็นอาคารยอดแหลมๆ คือ Stadtkirche Thun ทำหน้าที่เป็นโบสถ์หลักประจำเมือง ตัวหอคอยสีขาวรูปแปดเหลี่ยมนั้นสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 แล้ว แต่ว่าตรงส่วนห้องโถงและการตกแต่งนั้นเพิ่งปฏิรูปกันเมื่อช่วงศตวรรษที่ 18 นี้เอง เวลาเดินเข้ามาในเมืองทูนนี่ก็จะเห็นยอดแหลมๆ ของโบสถ์เด่นมาแต่ไกล นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองเลยก็ว่าได้และ อีกจุดเด่นของเมืองอีกคือ จตุรัส Town Hall หรือที่ทำการหลักของเมือง สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15  ตรงกลางของอาคารมีนาฬิกาประจำเมืองติดอยู่ด้วย

8. ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau)

ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ในทวีปยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 4,000 เมตร ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2007 มีวิธีเดียวคือการนั่งรถไฟขึ้นไป โดยมี 2 เส้นทางให้เลือก คือ  Lauterbrunnen และ Grindelwald ซึ่งทั้งสองเส้นทางจะวิ่งผ่านหมู่บ้านและทุ่งหญ้า ค่อย ๆ ไต่ความสูงขึ้นไปจนถึงสถานีรถไฟจุงเฟรายอค  (Jungfraujoch) ที่ความสูง 3,454 เมตร ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรปมื่อถึงสถานีปลายทาง นักท่องเที่ยวจะได้พบกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟสายนี้ ที่จัดแสดงในอุโมงค์ยาว พร้อมทั้งมีถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่มีรูปปั้นแกะสลัก และอุโมงค์ถ้ำน้ำแข็งให้ได้เที่ยวชมอีกด้วย

9. ลานสฟิงค์ (sphinx terrace)

มาต่อกันอีกนิดกับลานสฟิงค์ครับ ลานสฟิงค์ คือหอดูดาวบนยอดเขาจูงเฟรานั่นเองครับ นอกจากจะนั่งรถไฟกินลมชมวิวขึ้นไปแล้ว เรายังสามารถดูดาวได้อีกด้วย ความพิเศษอยู่ที่ลิฟต์เริ่มที่สถานีเจาะผ่านยอดเขาไปครับ! เพราะฉะนั้นหากท่านใดไปเที่ยวยอดเขาจูงเฟราแล้วก็อย่าพลาดที่จะดูดาวนะครับ

10. สะพานไม้คาเปล (Chape Bridge)

สะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ทอดยาวข้ามแม่น้ำรอยส์ ว่ากันว่ามีอายุหลายร้อยปีครับ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว เป็นสะพานที่มุงหลังคาตามแบบฉบับโบราณที่มีความแข็งแรงอย่างมาก สะพานนี้เคยเกิดเหตุไฟไหม้ตอนปี ค.ศ. 1993 แต่ได้รับการซ่อมแซมจนกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีเหมือนเดิมครับ


ประเทศ สวิสเซอร์แลนด์ ถือว่าเป็นประเทศที่สงบสุขที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับท่านใดที่ไปเยือนแล้วก็อย่าลืมสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ที่เราแนะนำกันนะครับ สำหรับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวในสวิสเซอร์แลนด์ ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คัดมาแล้วว่าไม่ควรพลาดจริงๆครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here